ข้อคิด ข้อเตือนใจ เรื่องความรัก . . 27 ข้อ

 

1. การรักและไม่ได้รับรักตอบ เป็นทุกข์ แต่สิ่งที่ทุกข์ยิ่งกว่า คือการรักใครสักคน
แต่ไม่มีความกล้าพอที่จะบอกให้คนคนนั้นรู้ และต้องมาเสียใจภายหลัง

2. พระเจ้าอาจจะต้องการให้เราพบคนที่ไม่ใช่..ก่อนที่จะมาพบคนที่ใช่
เพื่อเวลาเราพบคนคนนั้นแล้ว เราจะได้รู้สึกซาบซึ้งถึงพรที่ท่าน ประทานมา

3. ความรักคือความรู้สึกที่คุณยังห่วงใยใครสักคนอยู่ แม้จะแยกความ รู้สึก ความลุ่มหลง
และความสัมพันธ์แบบรักใคร่ออกไปแล้ว

4. สิ่งที่น่าเศร้าในชีวิต คือการพบคนที่มีความหมายอย่างมากสำหรับเรา
แต่มาค้นพบภายหลังว่าเราไม่ได้ถูกกำหนดมาเพื่อสิ่งนั้น และจะต้องปล่อยให้ผ่านพ้นไป

5. เมื่อประตูแห่งความสุขปิดลงประตูแห่งความสุขบานอื่นก็จะเปิดขึ้น
แต่เราก็มัวแต่มองประตูที่ปิดลงไปแล้วเนิ่นนานจนกระทั่งเรามองไม่เห็นประตูที่เปิดไว้รออยู่


6. เพื่อนที่ดีที่สุดคือคนที่คุณสามารถนั่งอยู่ริมระเบียงด้วยกันโดยไม่พูดอะไรกันสักคำ
แต่สามารถเดินจากไปด้วยความรู้สึกเหมือนได้คุยกัน อย่างประทับใจที่สุด

7. เป็นความจริงที่เราไม่สามารถรู้เลยว่าเรามีอะไรอยู่จนกว่าเราจะสูญเสียมันไป
แต่ก็จริงอีกเช่นกันที่เราไม่รู้ว่าเราพลาดอะไรไปบ้างจนกระทั่งสิ่งนั้นเข้ามาหาเรา

8. การมอบความรักทั้งหมดให้ใครสักคนไม่ได้เป็นหลักประกันว่าเขาจะรักเราตอบ
อย่าหวังที่จะได้รักตอบ แต่จงรอให้มันงอกงามขึ้นในหัวใจเขา
แต่ถ้ามันไม่ได้เป็นเช่นนั้น ให้พอใจว่าอย่างน้อยมันก็ได้งอกงามขึ้นในใจของเราเอง

9. มีสิ่งที่คุณต้องการจะได้ยิน แต่คุณจะไม่ได้ยินมันจากปากของคนที่คุณอยากได้ยิน
แต่อย่าทำตัวเป็นคนหูหนวกโดยไม่รับฟังสิ่งนั้นจากคนที่เขาบอกกับคุณจากหัวใจ

10. อย่าบอกลาถ้าคุณยังต้องการจะพยายามต่อไป อย่าท้อใจถ้าคุณยังรู้สึกว่าคุณไปไหว
อย่าพูดว่าคุณไม่รักคนคนนั้นอีกแล้ว ถ้าคุณไม่สามารถทำใจ


11. ความรักมักมาเยือนผู้ที่ยังคงหวัง ถึงแม้ว่าจะผิดหวัง และมาเยือนผู้ที่ยังคงเชื่อ
ถึงแม้ว่าจะถูกทรยศหักหลัง และจะมาเยือนผู้ที่ยังคงรัก ถึงแม้จะเคยเจ็บปวดมาก่อน

12. การที่เราจะประทับใจใครนั้นใช้เวลาแค่เพียงนาที การที่เราจะชอบใครใช้เวลาเพียงแค่ชั่วโมง
การที่เราจะรักใครใช้เวลาเพียงชั่ววัน แต่การที่จะลืมใครนั้นต้องใช้เวลาชั่วชีวิต

13. อย่ามองใครจากหน้าตา เพราะมันอาจหลอกเราได้ อย่ามองใครจากความร่ำรวย เพราะมันไม่จีรังยั่งยืน
ให้มองหาคนที่ทำให้คุณยิ้มได้ เพราะเพียงยิ้มเดียว
สามารถทำให้วันที่หม่นหมองกลับสดใส ขอให้คุณพบคนที่ทำให้คุณยิ้มได้

14. มีช่วงเวลาในชีวิตที่คุณคิดถึงใครสักคนจนกระทั่งอยากดึงเขา
มาจากความฝันเพื่อกอดเอาไว้ขอให้คุณได้ฝันถึงคนพิเศษนั้น

15. ฝันถึงสิ่งที่คุณต้องการฝัน ไปในที่ที่คุณต้องการไป เป็นในสิ่งที่คุณต้องการเป็น
เพราะคุณมีเพียงชีวิตเดียว และมีโอกาสเดียวที่จะทำทุกสิ่งที่คุณต้องการ


16. ขอให้คุณมีความสุขมากพอที่จะทำให้คุณเป็นคนอ่อนหวาน
ผ่านการทดสอบมามากพอที่จะทำให้คุณเข้มแข็ง มีความเศร้าโศกพอที่จะทำให้คุณยังคงความเป็นมนุษย์
และมีความหวังมากพอที่จะทำให้คุณเป็นสุข

17. เอาใจเขามาใส่ใจเรา ถ้าคุณรู้สึกว่าสิ่งนั้นจะทำให้คุณเจ็บปวด
รู้ไว้เถอะว่าคนอื่นก็เจ็บปวดจากสิ่งเดียวกันเช่นกัน

18. คำพูดที่ไม่ได้ยั้งคิดอาจก่อให้เกิดความขัดแย้ง คำพูดที่โหดร้ายอาจทำลายชีวิต
คำพูดที่เหมาะกาละเทศะอาจลดความเครียด คำว่ารักอาจเยียวยาและทำให้มีสุข

19. จุดเริ่มของความรักคือการปล่อยให้คนที่เรารักเป็นตัวของตัวเอง อย่าดึงเขาจากภาพความเป็นเขา
มิฉะนั้นจะหมายความว่ามันเป็นเพียงภาพสะท้อนของตัวเรา ที่ปรากฎในพวกเขา

20. คนที่มีความสุขที่สุดไม่ได้หมายความว่าเขามีสิ่งที่ดีที่สุด
เพียงแต่เขาสามารถทำสิ่งที่เขามีให้ดีที่สุดได้ต่างหาก


21. ความสุขรออยู่เบื้องหน้าผู้ที่มีน้ำตา ผู้ที่เจ็บปวด ผู้ที่ค้นหา และผู้ที่พยายามแล้ว
เพราะมีเพียงพวกเขาเท่านั้นที่รู้จักคุณค่าของผู้คนที่ได้สัมผัสชีวิต

22. ความรักเริ่มต้นด้วยรอยยิ้ม งอกงามด้วยรอยจูบ และจบลงด้วยคราบน้ำตา

23. อนาคตที่สดใสมีรากฐานอยู่บนอดีตที่แสนเจ็บปวด คุณไม่สามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้ดี
ถ้าหากไม่รู้จักปล่อยวางความผิดพลาดในอดีต และความปวดใจ

24. คุณร้องไห้ตอนคุณเกิดในขณะที่คนรอบข้างกำลังยิ้ม จงมีชีวิตอยู่เพื่อเมื่อตอนคุณตาย
คุณจะเป็นคนที่ยิ้ม ในขณะที่คนรอบข้างร้องไห้ให้คุณ

25. ความรักก็เหมือนกับการเสี่ยง คุณอาจจะต้องพบกับความล้มเหลว
แต่ถ้าคุณไม่เสี่ยง คุณก็อาจจะต้องพบกับความล้มเหลวตลอดไป

26. ความรัก มักเหมือนแก้วบาง ถ้าหากคุณมือหนัก แก้วที่คุณถือ
ก็อาจจะต้องแตกร้าวทุกครั้งที่คุณใช้มัน

27. ความรัก ง่ายที่เราจะหามัน แต่ยากที่จะรักษาเอาไว้ให้คงอยู่ตลอดไป

ความรัก กะ รองเท้า

posted on 11 May 2009 10:58 by kingdompor
นิยามความรักของคุณคืออะไร
ส่วนของเรา...ความรัก ก็เหมือนกับรองเท้า
รองเท้าแตะส่วนมากขายตามร้านทั่วไป
ดังนั้นเวลาเราไปเห็นก็ไม่เคยจะนึกสนใจ
มีคนเสนอขายให้ราคาถูกๆ
ก็ไม่เคยคิดจะซื้อ แต่พอจำเป็นเข้าจริงๆ
ก็ต้องไปซื้อมาแก้ขัดก่อนอยู่ดี

รองเท้าบางคู่ใส่ใหม่ๆ อาจรู้สึกสบาย
แต่ถ้าใส่นานๆ เข้า
อาจจะรู้สึกว่ารองเท้าคู่นี้ไม่เหมาะกับเรา
อยากจะถอดทิ้งเสียเหลือเกิน
รองเท้าบางคู่ลองใส่ที่ร้านแล้ว รู้สึกแปลกๆ
อาจมีบ้างที่คับไป หรือ หลวมไป
แต่ใครจะรู้ว่าบางทีพอใส่ไปซักพัก
หนังอาจจะขยายพอดีกับเท้าของเรา
จนรู้สึกว่าดีเหลือเกินที่ตอนนั้นตัดสินใจเลือกคู่นี้

รองเท้าบางคู่ดูภายนอกอาจตลก
แต่รู้มั๊ยว่าบางทีเมื่อมันมาอยู่คู่กับเท้าของเรา
อาจจะทำให้ทั้งเท้าของเราและรองเท้าดูดีผิดหูผิดตาไป
ส่วนรองเท้าคู่ไหนที่เห็นคนอื่นใส่แล้วดูดี
ก็ไม่แน่เสมอไปว่ามาอยู่กับเราแล้ว จะดีเหมือนอยู่กับคนอื่น ...

....เคยเจอมั๊ย...ใครที่มีรองเท้ามากมายเกินความจำเป็น
เขาเหล่านั้นก็คงจะไม่รู้ว่าคู่ไหนเป็นคู่โปรด
ตราบเมื่อเค้าได้เสียรองเท้าคู่นั้นไป
ซึ่งมันก็อาจจะสายไปเสียแล้วที่จะทวงคืน ....

แล้วรองเท้าตามโรงแรมล่ะ
รองเท้าสาธารณะเหล่านั้นที่ได้ผ่านเท้าของผู้คนมามากมาย
บางคู่อาจยังใหม่
บางคู่อาจดูโทรม
ส่วนบางคู่อาจจะนำพาโรคมาสู่ผู้ที่ใส่
แต่รองเท้าสาธารณะเหล่านี้
มีความเหมือนกันอยู่อย่างนึงคือ
ยากมากที่จะมีคนมาขอซื้อเป็นเจ้าของ
หรือแทบจะไม่มีเลย นอกเสียจากซื้อไว้ดูเล่น
ซึ่งก็จะไม่มีทางได้สัมผัสกับ
ความรักระหว่างเจ้าของกับรองเท้า
...เฮ้อ...น่าสงสาร.... ...

รองเท้าที่เหมาะกับเราหาไม่ยาก และไม่ง่าย
แต่ถ้าเดินไปแล้วเจอคู่ที่ถูกใจ
อยากบอกว่า ให้รีบตัดสินใจซื้อ
ก่อนที่จะถูกคนอื่นมาชิงตัดหน้าไปก่อน

ซึ่งรองเท้าคู่นั้น อาจจะเป็นคู่เดียวในโลก ที่เหมาะกับเรามากที่สุดก็ได้
ส่วนรองเท้าบางคู่ที่ไม่เหมาะกับเรา ใส่แล้วไม่รู้สึกสบาย
ขอแนะนำว่าอย่าพยายามใส่ต่อไปอีกเลย มีแต่จะทำให้เราทรมาน
เพราะในที่สุดเราก็ต้องโยนมันทิ้งไปอยู่ดี

..รองเท้าสมัยใหม่
ดูแล้วกิ๋บเก๋ แต่รองเท้าสมัยเก่าใส่แล้วก็ดูดีไปอีกแบบ
จะสมัยไหนก็ช่าง ขอให้ใส่แล้วสบายที่สุด
แล้วเมื่อเจอแล้วจงใส่มันอย่างทนุถนอม
จะได้อยู่กับเราไปนานเท่านาน

แต่ที่แน่ๆ


คุณจะไม่มีวันได้รู้หรอกว่ารองเท้าคู่ไหนเหมาะกับคุณที่สุด จนเมื่อคุณได้ลองใส่มันเท่านั้น ...
..วันนี้คุณได้เจอรองเท้าที่คุณคิดว่าเหมาะกับคุณที่สุดหรือยัง....
พยายามเสาะหาต่อไปเถอะ


เราเชื่อว่าซักวันคุณจะได้เจอรองเท้าคู่ที่ดีที่สุดสำหรับคุณอย่างแน่นอน...
...อย่าเลยนะ...อย่าพยายามเดินเท้าเปล่าเลย
เพราะบนถนนมีสิ่งที่เป็นอันตรายต่อเท้าของคุณมากมาย
หารองเท้าสักคู่มาใส่ป้องกันก่อนดีกว่า
แม้ว่าคู่นั้นอาจจะยังไม่ใช่คู่ที่ดีที่สุดสำหรับคุณก็ตาม....

มีหลายคนที่สับสนกับคำสองคำนี้
ความรัก กับ ความผูกพัน มันคืออะไรนะ ต่างกันอย่างไร
ความรัก กับ ความผูกพัน เหมือนกันมั้ยนะ
ถ้าไม่มีความผูกพันก็เกิดความรักได้นี่นา
แต่ถ้าเกิดความรักแล้วไม่มีความผูกพันล่ะ จะเป็นไปได้รึเปล่านะ

สำหรับเรา ความรักกับความผูกพันไม่เหมือนกัน มันแตกต่างกัน
ความรักเกิดขึ้นได้เสมอ ทุกที่ ทุกเวลา ไม่ว่าเมื่อไหร่ ที่ไหน กับใครก็ตาม
บางครั้งเกิดขึ้นโดยที่เราไม่รู้ตัว และไม่สามารถตอบได้
ความรักคือการให้ การทุ่มเท การให้ความรู้สึกดีๆ
ให้สิ่งที่เกินพอสำหรับใครซักคนที่เรารัก
การทำอย่างไรก็ได้เพื่อให้คนที่เรารักมีความสุข
จนเหมือนกับว่าคนๆ นั้นเป็นคนที่พิเศษกว่าคนอื่น (ซึ่งจริงๆ แล้วก็ใช่)
ความรักจึงเป็นการทำเพื่อคนๆ หนึ่ง ซึ่งไม่ว่าเมื่อไหร่ เวลาไหน
สำหรับคนที่เรารัก ความคิดถึง ความเป็นห่วงจะเกิดขึ้นตลอดเวลา
เราจะห่วงว่าเขาไปที่ไหน ไปกับใคร ความรัก เกิดขึ้นได้แม้เพียงพบกันแค่นาที
แค่เห็นหน้าเพียงครั้งแรก ครั้งเดียว ความรักไม่จำเป็นต้องใช้เวลา
แต่การจะทำให้ความรักคงอยู่ หรือเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่ นั่นต่างหาก
เป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลา และนำความผูกพันใส่ลงไป
เพราะความผูกพันเป็นสิ่งที่ทำให้คนสองคนได้รู้จักกันมากขึ้น
เป็นช่วงเวลาที่ทำให้คนสองคนปรับตัวเข้าหากัน ความรักจะคงอยู่ได้
หากความผูกพันเกิดขึ้น

ความผูกพันนั้นต่างกับความรัก
เพราะการผูกพันกับใครซักคน ไม่จำเป็นที่เราจะต้องรัก
สำหรับความผูกพัน มันคือความรู้สึกคิดถึง
ช่วงเวลาหนึ่งที่เคยเกิดขึ้น การที่เราคิดถึงคนๆ หนึ่งเวลาที่เราจากกัน
เวลาที่ไม่ได้พบ ไม่ได้พูดคุย นั่นไม่ใช่ความรัก เราไม่ได้ทำสิ่งใดเพื่อเค้า
เราไม่ได้ต้องการให้สิ่งใดกับเค้า ไม่ได้ห่วงว่าเขาจะไปกับใคร เมื่อไหร่ หรือที่ไหน
แต่เราเพียงแค่คิดถึง ความทรงจำที่ดี เวลาที่เคยอยู่ด้วยกัน
ดังนั้น ความผูกพันจึงเป็นเพียงความรู้สึกที่เกิดขึ้นจากการใช้เวลา
มันเป็นความทรงจำ เป็นความรู้สึก และไม่ใช่ความรัก
เพราะเกิดได้กับทุกคน กับเพื่อน พี่ น้อง
หรืออาจเป็นใครก็ตามที่ครั้งหนึ่ง เคยใช้เวลาอยู่ร่วมกัน
มันเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดความคิดถึง
และเป็นส่วนหนึ่งของการทำให้เกิดความรักนั่นเอง
ทั้งความรักและความผูกพัน เป็นสิ่งที่ควรมีอยู่ร่วมกัน
ถึงแม้ว่ามันจะแตกต่างกันก็ตาม สิ่งสำคัญมันอยู่ที่ว่า
เราจะแยกมันออกจากกันได้หรือเปล่าเท่านั้นเอง ว่าอันไหนคือความรัก
อันไหนคือความผูกพัน เพราะจริงๆ แล้วมันแทบจะไม่ต่างกันเลย
เพราะทั้ง 2 สิ่งควรจะมีอยู่คู่กัน

ปัญหาของความรักกับความผูกพันอยู่ตรงที่
บางคนไม่สามารถแยกได้ว่า ความรัก กับความผูกพันต่างกันตรงไหน
ความสับสน ความลังเล จะเกิดขึ้น ถ้าหากวันนึง คุณรักใครซักคน
และมีความผูกพันกับใครอีกคน คุณจะตอบตัวเองได้หรือเปล่าว่า
คุณจะเลือกใคร หากคุณคิดว่า คนที่คุณผูกพันคือคนที่คุณไม่สามารถลืมเค้าได้
และคนที่คุณรัก คุณก็ไม่สามารถเลิกรักเค้าได้เช่นกัน จำไว้ว่า…
จงเลือกคนที่หัวใจของคุณต้องการ อย่าใช้คำว่าถูกหรือผิด
เพราะมันใช้กับความรักไม่ได้
แต่จงใช้หัวใจของคุณเอง หากคุณต้องการค้นหาใครซักคนที่จะอยู่เคียงข้างคุณไปตลอดชีวิต


คนไร้ค่า กับ ทำตัวไร้ค่า ต่างกันมั้ย ??


ไม่มีใครเกิดมาไร้ค่า

แม้แต่คนโง่ที่สุดยังฉลาดในบางเรื่อง

และคนฉลาดที่สุดก็ยังโง่ในหลายเรื่อง ..

ไม่มีอะไรเสียเวลาไปมากกว่า

การคิดที่จะย้อนกลับไปแก้ไขอดีต

ไม่เคยมีอะไรช้าเกินไป

ที่จะทำใหสิ่งที่ตนฝัน ..

คนที่ไม่เคยหิวย่อมไม่ซาบซึ้งรสของความอิ่ม

ความสำเร็จที่ผ่านความล้มเหลวย่อมหอมหวานกว่าเดิม ..

อันตรายที่สุดของชีวิตคนเราคือ การคาดหวัง

อย่ายอมแพ้ ถ้ายังไม่ได้พยายามอย่างเต็มที่

เหตุผลขอคนๆ หนึ่ง อาจไม่ใช่เหตุผลของคน อีกคนนึง

ถ้าคุณไม่ลองก้าว คุณจะไม่มีทางรู้เลยว่า ทางข้างหน้าเป็นอย่างไร

ปัญหาทุกอย่างล้วนอยู่ที่ตัวเราทั้งสิ้น

ยินดีกับสิ่งที่ได้มา และยอมรับกับสิ่งที่เสียไป

หลังพายุผ่านไป ฟ้าย่อมสดใสเสมอ

มีแต่วันนี้ที่มีค่า ไม่มีวันหน้า วันหลัง ..

คนเราไม่ต้องเก่งไปทุกอย่าง

แต่จงสนุกกับงานทุกชิ้นที่ได้ทำ ..

หัวใจของการเดินทางไม่ได้อยู่ที่จุดหมาย

หากอยู่ที่ประสบการณ์สองข้างทาง .. มากกว่า
                                                            แหล่งที่มา: Artsmen

ช่วงเวลาแห่งการรอคอย

posted on 29 Apr 2009 08:56 by kingdompor

ช่วงเวลาแห่งการรอคอย 

การรอคอย เป็นเรื่องที่ทรมาน
โดยเฉพาะ . . . การรอคอยที่ จะกลับมาพบกัน
หรือรอคอย ใครสักคน ที่จะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน
ยิ่งรอ  . . . ยิ่งเหมือนเข็มนาฬิกา เดินช้าเท่าตัว
จากเวลาที่นานอยู่แล้ว ก็ดูเหมือนยิ่งนานกว่าเดิม

และการดำเนินชีวิต ระหว่างการรอคอยนั้น
ก็มีตัวแปรมากมาย ที่จะทำให้คนเปลี่ยนไปอยู่ทุกขณะ
เพราะทุกคนมีพื้นฐานความเหงา และโดดเดี่ยวอยู่ในตัวเอง
. . . พอๆ กับความอ่อนไหว

แต่ก็เป็นโอกาสดี . . .  ที่จะให้ระยะทาง เป็นเครื่องวัดความรู้สึก
พิสูจน์ความแข็มแรง . . . ของความรัก
โดยวัดจากการกระทำ ความเสมอต้นเสมอปลาย
และความอดทนด้วยเงื่อนไข ของความลำบากแห่งกาลเวลา
และตัดสินว่า . . . การรอคอยจะคุ้มค่าหรือไม่ กับการอยู่ห่างกัน

 ต่างคนต่างก็ต้องทำใจให้เข้มแข็ง กับอารมณ์ต่างๆ ที่คอยรบกวน
และคอยชักจูง ออกนอกลู่นอกทาง
เพราะมันไม่ใช่เรื่องง่าย ที่วันหนึ่ง เราพบว่า . . .
 คนคนหนึ่ง คือ . . .  คนที่ชีวิตเราตามหามาตลอด
ใครสักคน . . . ที่เป็นได้อย่างที่เราฝัน มันไม่ใช่เรื่องง่าย
 และคนที่จะฝ่าฝัน กับการบีบคั้นแห่ง การรอคอย  . . .
. . . กลับมาหาเราได้ ก็ไม่ใช่เรื่องธรรมดา

เพราะฉะนั้น ย่อมหมายถึง . . .
ความรู้สึกที่เขามีอยู่ . . . ก็คงไม่ได้ธรรมดา
ที่สามารถรอคอยได้อย่างไม่น่าเชื่อ  . . .
และเมื่อถึงเวลานั้น  . . . สิ่งที่รอคอย ย่อมเกิดค่ามหาศาล

ชีวิต . . . จึงจำเป็น ต้องรอคอยใครสักคนให้ได้
หากว่าเป็นใครสักคน  . . . ที่มีค่าแก่การรอคอย
  . . . แต่หากรอคอยแล้ว มีแต่ทำให้คุณเจ็บ และเจ็บ
ก็สู้อย่ารอ   . . . จะดีกว่า   . . .

ความรัก คืออะไร ?

posted on 29 Apr 2009 08:51 by kingdompor
ความรัก คืออะไร ?


   ความรัก คือ การให้ ให้ทุกสิ่งทุกอย่าง กับคนที่เรารัก

  ความรัก คือ ความเกลียด เกลียดทุกสิ่งทุกอย่าง ที่มายุ่งกับคนที่เรารัก

  ความรัก คือ ความกลัว กลัวที่จะเป็นทุกข์ เพราะคนรัก

  ความรัก คือ ความอยาก อยากที่จะให้คนรัก รักเราเหมือนกับที่เรารักเค้า

  ความรัก คือ สิ่งที่ทำให้โลก สดใสสวยงาม บางครั้ง รักก็ ทำให้โลก หม่นหมอง มืดมน

  ความรัก คือ กรรม กรรมที่ต้องเกิดมารักคนที่เค้าไม่รักเรา

  ความรัก คือ ความเจ็บปวด เมื่อต้องรักคนที่ไม่เห็นคุณค่าของความรัก

  ความรัก คือ ความอิจฉา อิจฉาในสิ่งอื่นที่เค้าเห็นว่ามีค่า มากกว่าเรา

  ความรัก คือ ความแค้น แค้นจนอยาก จะ บอกว่า สักวันหนึ่ง คุณจะไม่เหลือคนที่รักคุณอย่างจริงใจ

  ความรัก คือ พลัง บางครั้งก็ทำให้ท้อแท้หมดหวัง

*********แล้วคุณล่ะ  ความรักคืออะไร***********